วันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

Nike + Move จับการเคลื่อนไหวเอกสิทธิ์เฉพาะใน iPhone 5S


          ช่วงนี้แอพพลิเคชั่นสายสุขภาพเป็นเทรนด์ที่มาแรง ทั้งสามระบบทั้ง iOS, Android และน้องใหม่ Windows Phone ต่างก็มีผู้ผลิตแอพพลิเคชั่นออกมาเพื่อให้สามารถใช้งานได้บนสมาร์ทโฟนทั้งสามระบบ แต่วันนี้จะมารีวิว App ที่ใช้งานบนระบบปฏิบัติการ iOS และใช้งานได้บน iPhone 5S เท่านั้น และ “Nike + Move”ก็เป็น App แรกในสายสุขภาพ + กีฬา การันตีคุณภาพของ App โดย ในกี้” ที่เราคนไทยรู้จักกันในฐานะผู้ผลิตรองเท้าและอุปกรณ์กีฬาระดับสุดยอด นอกจากนี้ “ไนกี้” ก็ยังเป็นพันธมิตรระดับพิเศษของ Apple มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว สังเกตได้ว่าใน iPhone ทุกรุ่นจะต้องมีคำสั่ง “Nike + iPod” ติดมาด้วยเสมอ
          ดังนั้นใครที่ใช้งาน iPhone 5S อยู่ก็ไม่พลาด App ตัวนี้ครับ ในเมื่อมันถูกสร้างขึ้นเป็นการเฉพาะตัวขนาดนี้แล้ว แต่ก่อนจะเริ่มพูดถึงตัว App จริงจัง ก็อาจมีหลายคนสงสัยว่า ทำไมต้องเป็น iPhone 5S เท่านั้นละ ?”
          ในเมื่อ iPhone 5S ก็ใช้จอภาพ 4 นิ้ว ความละเอียดเท่า iPhone 5 หรือว่า Nike + Move ก็กินพลังเครื่องมหาศาลขนาดที่ต้องใช้ซีพียู “A7” ตัวใหม่ใน iPhone 5S เท่านั้น คำตอบคือ “ใช่” และ “ไม่ใช่” ในเวลาเดียวกันครับ เพราะว่า iPhone 5S เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกและรุ่นเดียวในโลกที่มาพร้อมชิปเซ็ต 64 บิทชื่อ “Apple A7” และในโครงสร้างของชิปเซ็ตตัวนี้ก็มีส่วนประมวลผลรอง [Coprocessor] ที่ชื่อ “M7” ซ่อนอยู่ด้วย
          ในช่วงแรกของการปิดตัว iPhone 5S และ A7+M7 ก็มีคนตั้งคำถามเหมือนกันว่า เดี๋ยวนี้มือถือมันจำเป็นถึงขั้นต้องมีส่วนประมวลผลเสริมอีกตัวแล้วหรือนี่ ? แต่จริง ๆ นอกจาก M7 จะช่วยทำงานในหลาย ๆ ด้านแล้ว มันยังถูกกำหนดหน้าที่พิเศษอย่างหนึ่งมาในฐานะ “Motion Processer” ด้วย แปลง่าย ๆ ก็คือ M7 จะคอยจับการเคลื่อนไหวของผู้ถือเครื่อง และยังทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์ตัวอื่น ๆ ทั้งเข็มทิศและไจโรสโคป เพื่อความแม่นยำที่สูงขึ้น
          นี่ละคือสิ่งใหม่ที่ Apple Inc ซ่อนไว้ใน iPhone 5S นอกจากการสแกนลายนิ้วมือ และไนกี้ก็ไม่พลาดที่จะพัฒนา App สำหรับใช้งานร่วมกันออกมากลายเป็น “Nike + Move”ในที่สุด

     Nike + Move คืออะไร ?

          สรุปง่าย ๆ คือ Nike + Move จะเก็บรวบรวมข้อมูลการเคลื่อนไหวทุกอย่างของเรา แสดงเป็นกราฟให้เข้าใจง่ายว่าวันนี้เราได้ทำอะไรลงไปบ้าง
          แน่นอนครับว่าปัญหาของคนทำงานยุคใหม่ในตอนนี้ก็คือ “ลงพุง” เพราะแต่ละวันเราไม่ค่อยได้ เดินไปไหน  แถมยังไม่ได้ขยับตัว [แค่ขยับก็เท่ากับออกกำลังกายนะครับ]
          ตื่นเช้ามาก็ขับรถเข้าออฟฟิศ แล้วก็นั่งจมอยู่กับกองเอกสารหรืองานบนคอมพิวเตอร์ พอห้าโมงเย็นก็ไปกินเหล้าสังสรรค์เมากับเพื่อนฝูง แต่จากนี้ไป “Nike + Move’ จะเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ชีวิตใหม่ให้กลายเป็นคนสุขภาพดี โดยสิ่งที่ App ตัวนี้ให้ได้ก็เช่นกัน
          - รายงานการเคลื่อนไหวในแต่ละวันของเรา ทั้งการเดิน การวิ่ง และการขยับตัวอื่น ๆ ในรูปแบบของกราฟที่เข้าใจง่าย
          - เทียบการเคลื่อนไหวในวันนี้กับเมื่อวาน เพื่อทำเป็นตารางออกกำลังกาย
          - แสดงข้อมูลการเคลื่อนไหวทั้งหมดของวันในรูปแบบแผนที่ว่า เราได้วิ่งไปไหนบ้างหรือเดินกลับบ้านได้ไกลเท่าไร
          - แข่งกันออกกำลังกายกับเพื่อน ๆ ที่ใช้ “Nike + Move” เหมือนกันได้
          - แปลงการเคลื่อนไหวกลายเป็นคะแนน “NikeFuel”
          น่าสนุกใช่ไหมละ ทั้งได้ออกกำลังกาย ได้สุขภาพและยังได้แข่งขันกับคนอื่น ๆ ทำให้ไม่น่าเบื่อ แต่ถ้าใครไม่เคยลองใช้ App ของไนกี้ [หรือไม่เคยออกกำลังกายเลย] ละก็ อาจจะงง ๆ ว่า คะแนน “NikeFuel” ที่ว่ามันคืออะไรหรือ


     คะแนน NikeFuel คืออะไร

          ใครที่เป็นนักกีฬาตัวจริงหรือชอบของเล่นสายสุขภาพน่าจะเคยได้ยินชื่อ “Nike + Fuelband” กันมาบ้างแล้ว ในฐานะของสายรัดข้อมือที่จะคอยวัดการเคลื่อนไหวของเราในสามแกน [XYZ] และก็แปลงการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันของเราออกมาเป็นคะแนน “NikeFuel” พูดง่าย ๆ ก็คือ ถ้าใครมี iPhone 5S ก็ไม่ต้องซื้อ Nike Fuelband และคะแนน “NikeFuel” คืออะไรกันแน่ ?
          สมัยก่อนเรามักจะวัดพลังงานเป็นหน่วย “แคลอรี่” ครับไม่ว่าจะเป็นการ “ใส่เข้าไป” อย่างการทานอาหารก็วัดเป็นปริมาณแคลอรี่ หรือจะเป็นการ “เอาออกมา” ด้วยการวิ่งจ๊อกกิ้ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน ก็วัดหน่วยเป็นแคลอรี่เช่นกัน จนวันหนึ่งไนกี้บอกว่า “หน่วยแคลอรี่ไม่ดีพอ”จึงเป็นที่มาของหน่วยวัดแบบใหม่ที่ใช้ร่วมกันกับการติดเซนเซอร์เข้ากับตัวมนุษย์โดยตรง เพื่อให้เกิดความแม่นยำสูงขึ้น แล้วมันก็เกิด “NikeFuelband” ขึ้นมา[แต่บางคนก็มองว่ามันคือ การตลาดแนวใหม่ของไนกี้ครับ]
          สำหรับค่า NikeFuel ที่แนะนำในแต่ละวันก็คือ 3,xxx แต้มครับ ว่าแล้วก็รีบหยิบ iPhone 5S มาลงโปรแกรม Nike + Move กันเลยดีกว่า

     ติดตั้ง Nike + Move

          ราคาของ “Nike Fuelband” อยู่ที่ 5 พันบาท แต่ถ้าใครใช้ iPhone 5S อยู่ละก็ ไม่จำเป็นต้องเสียเงินซื้อสายรัดข้อมืออันนี้ ต้องขอบคุณหน่วยประมวลผลรอง M7 ครับ การติดตั้ง Nike + Move ก็งายนิดเดียว เริ่มจาก
          1. เข้าคำสั่ง App Store แล้วพิมพ์คำว่า “Nike + Move” ลงไป ก็จะเห็น App หน้าตาไอคอนเป็นสีน้ำเงิน ๆ
          2. เมื่อติดตั้งเสร็จก็ลองเรียกโปรแกรมขึ้นมา แล้วกด “Get Going”
          3. โปรแกรมจะสอนการใช้งานคร่าว ๆ และอธิบายลูกเล่นของ App นี้ เราก็อ่านหรือกดผ่านไป
          4. จากนั้น Nike + Move จะขออนุญาตจับการเคลื่อนไหวของเรา [Would Like to Access You Motion Activity] ก็กด OK
          5. เมื่อมาถึงหน้าที่มีวงกลมเล็ก ๆ ตรงกลางก็ให้เรา “ขยับตัว” ครับ สังเกตว่าวงกลมจะค่อย ๆ ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จนสุดขอบจอ นี่คือการตรวจสอบเซนเซอร์ของ M7 นั่นเอง
          6. แล้วเราก็เข้าสู่หน้าจอล็อกอิน ตรงนี้เราเลือกได้ครับว่าจะล็อกอินด้วยชื่อผู้ใช้งานไนกี้ หรือจะล็อกอินด้วยชื่อผู้ใช้งาน Facebook ก็ได้
          7. เสร็จสรรพก็ตัดมาที่หน้าจอ “Today” รายงานผลสรุปว่าวันนี้เราขยับตัวไปมากน้อยแค่ไหน และได้คะแนน NikeFuel ไปเท่าไหร่ [หากใช้งานครั้งแรก ตัวเลขอาจอยู่ที่ 0 ก็ไม่ต้องตกใจครับ]

     แค่ขยับก็เท่ากับออกกำลังกาย

          จากนี้หน้าที่ของเราก็คือ ขยับครับ เพื่อให้ Nike + Move จับการเคลื่อนไหวและประมวลผลเป็นคะแนน NikeFuel โดยตัว App ไม่ได้มีคำสั่งอะไรที่ซับซ้อนมากมายนัก หน้าจอหลักก็มีแค่ 6 หน้า ปัดเลื่อนซ้ายขวาไปมา ได้แก่
          หน้าที่ 1 Today : รวมข้อมูลของวันนี้ แสดงเป็นคะแนน NikeFuel
          หน้าที่ 2 When You Move : แสดงกราฟการเคลื่อนไหวในปัจจุบัน
          หน้าที่ 3 How You Move : แยกประเภทการเคลื่อนไหวของเรา ทั้งแบบเดิน แบบวิ่ง และแบบอื่น ๆ
          หน้าที่ 4 Where You Move : วาดการเคลื่อนไหวของเราลงบนแผนที่
          หน้าที่ 5 You Movement : เทียบการเคลื่อนไหวปัจจุบันกับวันก่อน ๆ
          หน้าที่ 6 Move with Friends : ในหน้าต่างนี้เราสามารถล็อกอินเข้าสู่ “เกมเซ็นเตอร์” เพื่อแข่งกับเพื่อน ๆ เก็บคะแนน NikeFuel ได้ด้วย


          นอกจากนี้ มุมซ้ายบนของ App ก็จะมีคำสั่ง Option อีกเล็กน้อยเป็นการอธิบายวิธีการทำงานของ Nike + Move เพิ่มเติม การโหลด App ตัวอื่น ๆ ของไนกี้ เช่น Nike + Running ไว้จับการวิ่งโดยเฉพาะ และถ้าใครจะล็อกเอาท์ออกจากระบบก็ทำได้ตรงนี้เช่นกัน
          นอกนั้นไม่ต้องรู้อะไรเลยครับ เพราะ Nike + Move และ iPhone 5S จะทำงานร่วมกันแบบออโต้ทุกอย่าง สิ่งที่เราต้องทำก็แค่ “ขยับ” เท่านั้นจริง ๆ
          App นี้จึงเหมาะทั้งกับคนที่ชอบออกกำลังกาย จะได้เช็คว่าในแต่ละวันเราใช้พลังงานไปเท่าไรจริง ๆ และก็ยังเหมาะกับทั้งคนที่ไม่มีเวลาไปยิม ไปฟิตเนส หรือไปเตะบอลด้วย จะได้ควบคุมการกินได้ถูก รวมทั้งกับผู้สูงอายุที่อยากจะเดินวันละมาก ๆ เพื่อสุขภาพที่ดีก็ไม่ต้องไปซื้อเครื่องวัดอื่นใด ขอแค่มี “iPhone 5S” กับ “Nike + Move” ก็พอแล้ว 

รูปภาพ :  www.siampod.com 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น